ข่าวสารและบทความ
Case Study: การยกระดับ Import Consolidation ด้วยระบบ Put-to-Light – เมื่อ "ความเร็ว" และ "ความแม่นยำ" คือหัวใจของการกระจายสินค้า

ความท้าทายของสินค้า Import และโจทย์เรื่อง Speed-to-Market
ในธุรกิจ Retail Logistics สินค้ากลุ่มนำเข้า (Import Goods) จัดเป็นกลุ่มสินค้าที่มีความท้าทายเฉพาะตัว ด้วย Lead time การขนส่งข้ามประเทศที่ยาวนาน เมื่อสินค้ามาถึงศูนย์กระจายสินค้า (DC) โจทย์สำคัญที่สุดคือ "ทำอย่างไรให้สินค้าถึงหน้าร้านเร็วที่สุด" เพื่อให้ทันต่อฤดูกาลขายและลดโอกาสเสียโอกาสทางการตลาด
เดิมที กระบวนการแยกสินค้าเพื่อกระจายไปยังสาขาต่างๆ (Consolidation / Pre-Distribution) ใช้วิธีการแบบดั้งเดิม (Manual Process) ซึ่งเมื่อปริมาณสินค้าเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าแฟชั่น (Fashion & Apparel) ที่มีความซับซ้อนของ SKU (สี, ไซส์) กระบวนการเดิมจึงกลายเป็นคอขวด (Bottleneck) สำคัญ ทีม Warehouse Improvement จึงได้ริเริ่มโครงการ "Import Pre-Dist Put-to-Light System" เพื่อเข้ามาแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ
1. Problem Analysis: ทำไมต้องเปลี่ยน? (From Floor Stacking to Digital Sorting)
จากการศึกษาสภาพการทำงานจริง (As-is Analysis) ทีมงานพบ Pain Points สำคัญ 3 ประการที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพโดยรวม:
Process Inefficiency (ประสิทธิภาพการทำงาน): กระบวนการเดิมใช้วิธี "กองกับพื้น" (Floor Stacking) โดยใช้พนักงานเดินอ่าน Order และวางสินค้าตามจุดที่กำหนดด้วยกระดาษ วิธีนี้ใช้เวลานานและใช้ทรัพยากรบุคคล (Manpower) จำนวนมากเพื่อให้ทันต่อรอบรถจัดส่ง
Accuracy & Complexity (ความแม่นยำและความซับซ้อน): สินค้ากลุ่มเสื้อผ้ามีความละเอียดอ่อนสูง การแยกสินค้าด้วยสายตา (Human Visual Check) ระหว่างไซส์ S, M, L หรือเฉดสีที่ใกล้เคียงกัน ภายใต้ความเร่งรีบ มีโอกาสเกิดความผิดพลาด (Human Error) ได้ง่าย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อสต็อกสินค้าปลายทาง
Ergonomics & Workload (สรีรศาสตร์และภาระงาน): การก้มๆ เงยๆ เพื่อวางสินค้าที่พื้นตลอดทั้งวัน ส่งผลให้พนักงานเกิดความเมื่อยล้าและปวดหลัง (Ergonomic Risk) นำไปสู่ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงในช่วงท้ายของวัน
2. The Solution: Put-to-Light System กับการทำงานจริง
ทีมงานได้เลือกใช้เทคโนโลยี Digital Assorting System (DAS) หรือที่เรียกกันว่า Put-to-Light เข้ามาทดแทน โดยเปลี่ยนจากการวางพื้น มาเป็นการวางบนชั้นวาง (Rack) ที่ติดตั้งไฟสัญญาณ
Workflow ใหม่ที่กระชับและแม่นยำ:
Scan: พนักงานสแกนบาร์โค้ดสินค้า (SKU)
Light Up: ระบบประมวลผลและส่งสัญญาณไฟกระพริบที่ช่อง (Location) ของสาขาปลายทางที่ต้องการสินค้านั้น
Put & Confirm: พนักงานนำสินค้าไปวางในช่องที่มีไฟกระพริบ และกดปุ่มที่ไฟเพื่อยืนยัน (Confirm) และดับไฟ
ระบบ Put-to-Light ถูกเชื่อมต่อการทำงานเข้ากับ WMS โดยตรง เพื่อย่นระยะเวลาการทำงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความแม่นยำของข้อมูลตลอดกระบวนการ Pre-Distribution ระบบนี้ช่วยลด Decision Time ของพนักงาน ตัดปัญหาเรื่องการต้องมานั่งเพ่งเล็ง Size หรือ Color ของสินค้า เพราะระบบ Software ได้ระบุ Location ที่ถูกต้องให้แล้ว 100%
3. Investment Logic: การวิเคราะห์ความคุ้มค่าและการตัดสินใจ
ในมุมมองของการบริหารโครงการ (Project Management) การตัดสินใจลงทุน 2.24 ล้านบาท (MTHB) สำหรับโครงการนี้ ไม่ได้มองเพียงแค่ตัวเลขทางการเงินระยะสั้น แต่เป็นการมอง Total Cost of Ownership และ Scalability
Financial Return: จากการคำนวณ โครงการนี้สามารถลดต้นทุนได้ประมาณ 0.54 ล้านบาท/ปี (จากการลด FTE และค่าใช้จ่ายแฝง) โดยมี IRR อยู่ที่ 15% และระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ที่ 4.2 ปี
Strategic Decision (Software vs. Hardware): แม้ตัวเลข Payback 4.2 ปี อาจดูเหมือนระยะกลาง-ยาว แต่ในความเป็นจริง การลงทุนครั้งแรก (Initial Investment) หนักไปที่การพัฒนา Software Core Logic
Fact: การขยายผล (Roll-out) ในเฟสถัดไป หรือการเพิ่ม Station จะมีต้นทุนที่ต่ำลงมาก (Marginal Cost ลดลง) เพราะเหลือเพียงการลงทุนด้าน Hardware เท่านั้น
Performance Impact: สิ่งที่ประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ยากแต่สำคัญคือ Speed & Accuracy ผลลัพธ์เบื้องต้นชี้ให้เห็นว่าระบบสามารถลดเวลาการทำงาน (Operating Time) ได้ 30-50% ทำให้สินค้า Import กระจายออกสู่สาขาได้รวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
4. Conclusion & Future Roadmap: บทสรุปและก้าวต่อไป
การติดตั้งระบบ Put-to-Light ที่คลังสินค้า SCDC1 ไม่ใช่เพียงแค่การซื้ออุปกรณ์มาติดตั้ง แต่คือการ "Redesign Process Flow" ใหม่ทั้งหมด ผลลัพธ์ที่ได้คือพนักงานทำงานง่ายขึ้น สุขภาพดีขึ้น (ไม่ต้องก้มวางพื้น) และบริษัทลดความเสี่ยงจากการส่งของผิดสาขา
Next Step: ทีม Improvement ไม่ได้หยุดเพียงแค่สินค้าชิ้นเล็กหรือเสื้อผ้า แผนงานถัดไปคือการประยุกต์ใช้ Logic ของระบบนี้กับสินค้ากลุ่ม Bulky (สินค้าชิ้นใหญ่) ซึ่งจะยิ่งช่วยตอกย้ำความคุ้มค่าของการลงทุน Software ที่ได้ทำไว้แล้ว ให้เกิดประโยชน์สูงสุด (Economy of Scale) ต่อองค์กรในระยะยาว
#CRL #Warehoues #Puttolight

